สบจ. แจ้งแนวปฏิบัติการนับผลงานวิจัยสำหรับตัวชี้วัด OKR 1.1.1 และ 1.6.1 เริ่มใช้เคร่งครัดไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2570

Share
สบจ. แจ้งแนวปฏิบัติการนับผลงานวิจัยสำหรับตัวชี้วัด OKR 1.1.1 และ 1.6.1 เริ่มใช้เคร่งครัดไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2570
การรายงานตัวชี้วัด OKR ยุทธศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำนักบริหารวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แจ้งแนวทางการจัดเก็บและนับข้อมูลผลงานวิจัยสำหรับตัวชี้วัด OKR 1.1.1 และ 1.6.1 เพื่อให้การรายงานผลเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยเน้นการระบุ Affiliate ของส่วนงานต้นสังกัดและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ครบถ้วน ทั้งนี้ จะเริ่มใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเคร่งครัดตั้งแต่การรายงานผลไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป

ข้อมูลสำคัญ

  • หน่วยงาน: สำนักบริหารวิจัย ฝ่ายส่งเสริมคุณภาพและเผยแพร่งานวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง
    • 1.1.1: จำนวน Publication ที่ตีพิมพ์ในวารสารคุณภาพสูงในฐานข้อมูล SCOPUS (ทุกระดับ)
    • 1.6.1: จำนวน Publication ที่ตีพิมพ์ในฐานข้อมูล SCOPUS ร่วมกับสถาบัน/นักวิจัยต่างชาติ
  • แหล่งข้อมูล: Data Gateway ของสำนักงานวิทยทรัพยากร
  • รอบการจัดเก็บ: ทุกไตรมาส และรายงานข้อมูลแบบสะสม
  • การเริ่มใช้หลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด: ไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป
  • กลุ่มที่เกี่ยวข้อง: อาจารย์/นักวิจัย และส่วนงานที่รับผิดชอบการรายงานข้อมูลผลงานวิจัย

เนื้อหาข่าว

สำนักบริหารวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แจ้งแนวทางการจัดเก็บข้อมูลสำหรับการรายงานผลการดำเนินงานตาม OKR ยุทธศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในตัวชี้วัด 1.1.1 และ 1.6.1 เพื่อให้การรายงานผลของทุกส่วนงานมีความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นมาตรฐานเดียวกัน

รายละเอียดการรายงานตัวชี้วัด

การรายงานข้อมูลผลงานวิจัยมีแนวทางสำคัญ ดังนี้

  1. ใช้ข้อมูลจาก Data Gateway ของสำนักงานวิทยทรัพยากร โดยดึงข้อมูลทุกไตรมาส
  2. ระบบจัดเก็บและรายงานข้อมูลในลักษณะ สะสมทุกไตรมาส
  3. การแก้ไขข้อมูลต้องดำเนินการภายในช่วงเวลาที่กำหนด โดยบทความที่เพิ่มเติมให้ทำตัวอักษรสีแดงในไฟล์ Excel พร้อมแนบหลักฐาน และส่วนงานต้องรายงานข้อมูลดังกล่าวในระบบทุกไตรมาส
  4. ควรระมัดระวังการรายงานบทความซ้ำกับปีที่ผ่านมา
  5. Publication date ของบทความในฐานข้อมูล SCOPUS ต้องอยู่ภายในไตรมาสของรอบการรายงาน

ประเภทผลงานที่นับ

ประเภทผลงานที่สามารถนับได้ ได้แก่

  • Articles
  • Books
  • Book Chapters
  • Conference Papers
  • Reviews
  • Letters
  • Notes
  • Short Surveys

ส่วนประเภท Data Paper, Editorial, Erratum และ Retracted ไม่อยู่ในประเภทผลงานที่นับตามแนวทางดังกล่าว

การระบุ Affiliate มีความสำคัญต่อการนับผลงาน

การนับผลงานวิจัยนับได้เพียง 1 สังกัด โดยมีข้อยกเว้นสำหรับผู้บริหาร ซึ่งสามารถนับผลงานให้ทั้งส่วนงานต้นสังกัดและส่วนงานที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลได้

สำหรับอาจารย์และนักวิจัย ต้องระบุ Affiliate ของส่วนงานต้นสังกัดและมหาวิทยาลัยให้ครบถ้วนและถูกต้อง ได้แก่ ภาควิชา กลุ่มวิจัย (ถ้ามี) ส่วนงาน และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยใช้เครื่องหมาย Comma (,) หรือคำว่า “and” เชื่อมรายละเอียดแต่ละส่วน

ตัวอย่างการระบุ Affiliate ที่ถูกต้องในเอกสาร ได้แก่

Department of Transfusion Medicine and Clinical Microbiology, Faculty of Allied Health Sciences, Chulalongkorn University, Bangkok, Thailand

และกรณีมีสังกัดศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เช่น

Department of Physiology, Center of Excellence in Precision Medicine and Digital Health, Faculty of Dentistry, Chulalongkorn University, Bangkok, Thailand

ในทางกลับกัน ไม่ควรแยก Affiliate เป็นหลายรายการโดยไม่จำเป็น เช่น การแยกภาควิชาและคณะออกจากศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางเป็นคนละ affiliation

ผลงานที่ Affiliate ไม่ครบถ้วนจะไม่นำมานับ

สำนักบริหารวิจัยระบุว่า การระบุ Affiliate ของส่วนงานต้นสังกัดและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ครบถ้วน เป็นข้อมูลสำคัญในการยืนยันความเชื่อมโยงของผลงานกับส่วนงานและมหาวิทยาลัย

ดังนั้น ผลงานที่ไม่ปรากฏ Affiliate ของส่วนงานและมหาวิทยาลัยอย่างครบถ้วน จะไม่นำมานับในการรายงานผลตัวชี้วัด OKR โดยจะเริ่มใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเคร่งครัดตั้งแต่การรายงานผลตัวชี้วัดใน ไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป

ความเกี่ยวข้องกับคณะครุศาสตร์

สำหรับคณาจารย์และนักวิจัยคณะครุศาสตร์ แนวทางดังกล่าว อาจเกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดทำและติดตามข้อมูล Publication ในฐานข้อมูล SCOPUS โดยเฉพาะการตรวจสอบชื่อส่วนงานและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใน Affiliate ของบทความให้ครบถ้วนก่อนการรายงานข้อมูล